April  26, 2018

เธอคือผู้ป่วยจิตเวชที่ใช้ชีวิตเร่ร่อน อยู่ตรงนั้นมาไม่ต่ำกว่า 10ปี

ผู้คนแถวนั้น.....

"ผมกลัวเธอจะถูกทำมิดีมิร้า 
เห็นมีผู้ชายชอบมาเกาะแกะเธ 
แต่เธอก็เดินหนีแต่ก็ยังต้องมาอยู่ในพื้นที่เดิม"
.
"บางครั้งก็นั่งคุยคนเดียว หัวเราะคนเดียว 
บางทีก็นอนซุกตัวในผ้าห่มผืนประจำไม่ขยับตัวไปไหน 
มีหลายครั้งในวันเขามีประจำเดือน เขาก็ปล่อยให้เลอะเทอะ
เต็มกางเกงเต็มกระโปรงไม่ได้สนใจใส่ใจเลย 
แต่น่าจะไม่ได้บ้านะเพราะยังคุยรู้เรื่องอยู่เลย"
.
"เคยเห็นตั้งแต่เป็นเด็กเร่ร่อน แล้วพอโตขึ้นมาหน่อย
ก็เริ่มหลุด ไม่แน่ใจเล่นยามากไปหรือเปล่า 
หลังจากนั้นก็เจอตลอดเลยไม่ได้ไปไหน
ไกลกว่าสะพานกลับรถเลย ชอบมาขอข้าวไปกิน 
ฉันสงสารเลยให้ไปทุกครั้ง เรื่องอดๆอยากๆ คงไม่มี 
แต่ชีวิตก็น่าสงสาร"
.
คุณตำรวจในวันนั้น
(ตำรวจเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต)

"เดี๋ยวผมจัดกำลังลงไปให้ความช่วยเหลือผู้หญิงคนนี้ครั 
ถ้าปล่อยไว้แบบนี้สักวันเธอถูกข่มขืนยิ่งจะยุ่งไปใหญ่"
.
สิ่งที่โครงการผู้ป่วยข้างถนนทำในวันนั้น....

"เธอคือผู้ป่วยที่เข้าในเงื่อนไขของ พ.ร.บ.สุขภาพจิต
ที่จะต้องได้รับการบำบัดรักษา เนื่องจากสภาพอาการจิตเวช
ที่ส่งผลให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลงเป็นลำดับ และความอันตราย
อื่นที่เธอจะได้รับถ้ายังอยู่ในพื้นที่ข้างถนน"
.
"ผู้ป่วยทางจิตส่วนมากไม่รู้ว่าตัวเองป่วย
เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองป่วยก็ไม่ไปรักษาและพฤติกรรม
ที่เกิดจากอาการทางจิตก็ส่งผลให้ไม่สามารถ
ทำการจัดการตัวเองให้มีสภาพชีวิตที่ดีได้ 
จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการให้ความช่วยเหลือ
นำไปสู่การบำบัดรักษา ยิ่งในเคสของคนผู้ป่วยจิตเว
ที่เร่ร่อนอยู่ในพื้นที่สาธารณะยิ่งสำคัญอย่างมาก
ทั้งขั้นตอนการช่วยเหลือนำส่ง การบำบัดรักษา 
การรับการฟื้นฟูช่วยเหลือหลังจากสิ้นสุดการรักษา"
.
"โครงการผู้ป่วยข้างถนนได้ทำการประสานงาน
กับตำรวจในฐานะที่ตำรวจคือพนักงานเจ้าหน้าที่
ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต ผู้ป่วยรายนี้จึงถูกนำส่งไป
ที่โรงพยาบาลจิตเวชเพื่อทำการรักษา 
เราจะทำการประสานงานกันกับโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อใกล้สิ้นสุดการรักษาเพื่อดูความเหมาะสม
กับที่ที่เธอจะไปอยู่ในฐานะผู้ป่วยที่ยังต้องได้รับการฟื้นฟู"
.
"เราช่วยเธอให้พ้นจากความเป็นผู้ป่วยข้างถนนแล้ว 
และจะพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้เธอต้องกลับมาสู่
วงจรผู้ป่วยข้างถนนอีกครั้ง"

โครงการผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงา

<< Back

Read : 52